น้ำมันลงแรง…B-CHINE-EQ… “เสียมากกว่าได้” หรือ “ได้มากกว่าเสีย”

อัพเดทสถานการณ์กองทุน B-CHINE-EQ ต่อการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ

ท่านผู้ถือหน่วยลงทุน คงจะพบว่าตั้งแต่ต้นสัปดาห์ 9 มี.ค. – 11 มี.ค. 2020 (เวลา 15.00 น.) ตลาดหุ้นจีน A Shares ทรงตัว (ตลาดอื่นลดลงแรง) ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นจีนเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด

Global Indices (1 Jan – 11 March 2020)

ดัชนี YTD (1 Jan -11 March)  : Euro Stoxx 50 -22.30% / DAX -20.93% / SET Thailand -20.67% / TOPIX -19.53% / Jarkarta Comp -18.48% KOSPI -13.17% / S&P500 -10.79% Hang Seng -10.70% / Taiwan -10.06% NASDAQ -7.00% / Shanghai Comp -2.68% / CSI 300 -1.66% /  Shenzhen Comp +7.92%

 

(Data as of 11 March 2020, 15.00 BKK time)
ในแง่ของหน่วยลงทุน AGI ที่กองทุน B-CHINE-EQ ลงทุน

1. การลดลงของราคาน้ำมันอย่างรุนแรงเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีค ส่งผลอย่างไรต่อหน่วยลงทุนที่กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีนถือครอง ?
หน่วยลงทุน Allianz China A-Shares และ Allianz All China มีฐานะลงทุนในหุ้นกลุ่มน้ำมัน 1.3% และ 2.1% โดยทั้งสองกอง Underweight เมื่อเทียบกับดัชนี ดังนั้นผลกระทบทางตรงค่อนข้างจำกัด

2. ผู้จัดการกองทุน AGI มีมุมมองอย่างไรต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตอนนี้ ?
เศรษฐกิจของประเทศที่รายได้พึ่งพิงการส่งออกน้ำมันจะโซซัดโซเซ เช่นรัสเซียและประเทศในกลุ่มโอเปก ทางด้านจีนเป็นประเทศที่นำเข้าสุทธิน้ำมันเป็นอันดับต้นๆของโลก ในปี 2019 จีนนำเข้าน้ำมันดิบ 506 ล้านตัน (Data from the General Administration of Customs) หรือเท่ากับ 10.12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดังนั้นราคาน้ำมันที่ลดลงในทางทฤษฎีจะช่วยลดความกังวลทางด้านเงินเฟ้อ – ซึ่งเท่ากับว่าเปิดช่องให้กับการใช้เครื่องมือทางด้านนโยบายการเงินและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากรัฐบาลมองว่าควรจะมีการนำมาใช้

ในแง่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน บริษัทผู้ผลิตน้ำมันในจีนจะได้รับผลกระทบในเชิงลบมากที่สุด บริษัทผู้ให้บริการทางด้านน้ำมันจะได้รับผลกระทบเช่นกันหากในระยะกลางราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำ (หน่วยลงทุนมีฐานะลงทุนในบริษัทเหล่านี้เพียง 1.3% (Allianz China A-Shares) ของพอร์ตลงทุน และ 2.1% (Allianz All China) ของพอร์ตลงทุน

3. ตลาดหุ้นจีนได้รับผลกระทบจากสถาณการณ์ทางด้านราคาน้ำมันดิบอย่างไร และหน่วยลงทุน Allianz China A-Shares และ Allianz All China จะจัดทัพลงทุนอย่างไร ?
นักลงทุนในตลาดเมื่อเผชิญแรงกดดันจากเหตุการณ์ราคาน้ำมัน ไวรัสโควิต -19 ก็จะทำกำไร (booked profits) หลักทรัพย์ที่ถือครอง แม้ว่าบริษัทที่ว่ากันตามพื้นฐานแล้วไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับราคาน้ำมันดิบ เช่น บริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี บริษัทกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคบางแห่ง ผู้จัดการกองทุนมองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มฐานะลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีโอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้าง (Secular Growth) ในระยะยาว

4. ผู้จัดการกองทุน Allianz Global Investor จะมีการปรับพอร์ตอย่างไร ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ?
การลดลงของราคาน้ำมันไม่ได้ทำให้พัฒนาการเชิงโครงสร้าง (Structural Change) ของจีนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพาตนเองทางด้านเทคโนโลยี การอัพเกรดการบริโภค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะทำให้บริษัทในกลุ่มเดินเรือ โรงกลั่น และสายการบิน ประหยัดต้นทุน แต่ในทางปฏิบัติธุรกิจเหล่านี้เผชิญกับอุปสรรคเชิงโครงสร้างมาก่อนแล้ว บริษัทส่วนใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มนี้ (ในมุมมองของ Allianz Global Investors) ไม่เข้าเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ลงทุนตั้งแต่ต้น จึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ลงทุนอย่างมีนัยยะหลังสถานการณ์ดังกล่าว

 

คำเตือน ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งนักลงทุนสามารถเข้าถึงได้โดยทั่วไป และเป็นข้อมูลที่เชื่อว่าน่าจะเชื่อถือได้ แต่ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (“บริษัท”) มิได้ยืนยันหรือรับรองถึงความถูกต้อง หรือสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด ความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอในมุมมองของบริษัท และเป็นความคิดเห็น ณ วันที่ปรากฏในบทความเท่านั้น ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังวันดังกล่าว โดยบริษัทไม่จำเป็นต้องแจ้งสาธารณชน หรือผู้ลงทุนทราบ บทความฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น บริษัทไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลหรือความคิดเห็นใดๆไปใช้ในทุกกรณี ดังนั้นผู้ลงทุนควรใช้ดุลพินิจในการพิจารณา เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

March 12, 2020